วันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

My Sweetheart Valentine (หวานใจ นายหน้าเอ๋อ)..(สู้ เพื่อเยลลี่สามลัง)

พอข้ามฝั่งไปก็นั่งพักญี่ปุ่นควานหากระป๋องน้ำหวาน เสียงเรียกชื่อทั้งเต้ทั้งญี่ปุ่นยังกึกก้องอยู่


"พี่คนสวย ไอติมอ่า เค้าอยากกินไอติม"

ญี่ปุ่นเริ่มร้องขอ ซาร่ายิ้มแล้วล้วงลงไปในถังน้ำแข็ง

"นี่ค่า น้องญี่ปุ่นขา เจ๊เตรียมไว้แล้ว รสเผือกใช่ไหม น้องเต้ เอาไหมคะ มีลอดช่องอีกแท่ง"

ซาร่าหันไปถามเต้ที่ยืนอยู่ข้างๆ เต้ส่ายหน้าเพราะไม่ชอบกินไอติม

"มาๆ เค้ากินเอง เสียน้ำใจพี่คนสวย อิอิ"

"ว๊าย ไม่ได้ค่า กินเยอะเดี๋ยวจุก กินแท่งนั้นให้หมดก่อนสิคะ น้องญี่ปุ่นขา"

"อ่า เนี่ยเดี๋ยวหมด"

ญี่ปุ่นทำให้ซาร่าอึ้ง ทึ่งในความสามารถอีกครั้ง เพราะอ้าปากกว้างงับเอาไอติมครึ่งแท่งเคี้ยวตุ้ยๆ โดยไม่เย็นหรือสะทกสะท้านเลย แล้วรูดอีกทีไอติมเกลี้ยงไม้

"อ่า ที่สุดอีกแล้วค่ะท่านผู้ชม"

ซาร่าอ้าปากหวอ เต้หัวเราะคิกคัก

"อายายอ่า หัวเราะเค้าทามมาย"

พูดไม่ถนัดเพราะเคี้ยวไอติมอยู่ พอดีเสียงนกหวีดให้ลงสนามอีก ซาร่าจึงยื่นไม้แบดฯให้ แล้วตัวเองก็กลับขึ้นไปหาแนวร่วมเชียร์ ญี่ปุ่นยังเคี้ยวไอติมอยู่หมุบหมับ ทางฝั่งโฟคสีหน้าแววตาดูกระหยิ่มฉายแววออกมา

"เอาแผนไหนดีปุ่น"

เต้มากอดคอญี่ปุ่นถาม

"อ่า กลืนก่อน เอื้อก อ่า เราว่าทางโน้นต้องแก้เกมมาดีแล้วแน่ๆ เราอย่าเผลอน้าเต้ เอางี้ ให้เต้รุกหนักเลย เดี๋ยวเราจะรับเอง พอบอกว่า อิ๊กคิว นายก็รับ โอเคน้า"

แผนประหลาดของญี่ปุ่น เพราะเต้งง แต่ก็เข้าใจเพราะตั้งใจว่าจะหลอกว่าเต้เป็นคนรุกหลัก ส่วนญี่ปุ่นจะเป็นตัวรับ อาจจะทำให้เกมเปลี่ยนได้บ้าง พอเริ่มเกม ทางฝ่ายญี่ปุ่นเป็นคนส่งลูก ญี่ปุ่นส่งลูกยาวข้ามไปหลังคอร์ท ดิวถอยกลับไปรับโยนมาหลังคอร์ทเช่นกัน แต่เต้ยืนรออยู่หลังเส้น กระโดดตบทันที โฟคงัดลูกหยอดข้ามมา ญี่ปุ่นโยนไปหลังหาดิว รายนั้นก็โยนข้ามหลังมาอีก เต้กระโดดตบอีก โฟคงัดขึ้นมาญี่ปุ่นดักอยู่หน้าเน็ทแย็บลงไปทันที เริ่มเกมได้สวยงามเสียงเชียร์กระหึ่มดังขึ้นทันที

"อิอิ เห็นไหม เราต้องสู้ เต้สู ญี่ปุ่นสู้"

ญี่ปุ่นกระโดดเข้าไปกอดเต้ แล้วจับมือกันร้องออกมา"

พอส่งลูกอีกคราวนี้โฟคแย็บลูกใส่ตัวญี่ปุ่นเบี่ยงตัวหลบเอาไม้งัดลูกขึ้นมา โฟคแย็บอีกญี่ปุ่นรับเปลี่ยนทางไปอีกคอร์ท โฟคก้าวไปรับลูกแล้วหยอดมา ญี่ปุ่นมีความเร็วเป็นหลักไม่ได้กินง่ายๆ จึงงัดลูกไปหลัง ดิวถอยไปกระโดดตบทันที ญี่ปุ่นรองลูกไว้แล้วงัดไปข้างหลังอีก ดิวก็ถอยไปกระโดดตบอีก เสียงฮือฮาของกองเชียร์ ญี่ปุ่นให้ดิวกระโดดตบอยู่สี่ลูกพอตบครั้งที่สี่ ญี่ปุ่นก็พลิกหน้าไม้รองลูกลอยเฉียดเน็ทไป โฟคต้องหยอดกลับมาเท่านั้น เพราะลูกเฉียดเน็ทเหลือเกิน โฟคหยอดลูกกลับมา ญี่ปุ่นยืนรออยู่แล้วตามแผน ตวัดไม้เร็วแย็บลงทันที เสียงเชียร์กึกก้อง เป็นครั้งแรกที่แต้มนำถึงสองแต้ม ญี่ปุ่นกระโดดกอดเต้ร้องอย่างดีใจ

"เยลลี่เพิ่มเป็นสองลังค่า น้องญี่ปุ่น สู้ๆน้า"

ซาร่าตะโกนออกมา ทุกคนหันไปมอง

"เจ๊ให้สามลังค่า น้องญี่ปุ่นของเจ๊"

ริต้าเอาบ้าง กรี๊ดแข่งกันกับซาร่า

"หึหึ มีเยลลี่สามกล่อง เต้นายเอาไปกล่องนึงน้า เดี๋ยวเราแบ่งให้"

"แอ่ะ แล้วนายเอาสองกล่องเลยเหรอ"

"อ่า ก็เราอยู่กันหลายคนน้า ต้องแบ่งเพื่อน"

ทั้งสองคุยกันอยู่ไม่ได้สนเรื่องเกมเลย แต่ห่วงเยลลี่ญี่ปุ่นอิมพอร์ตอย่างที่ซาร่าบอก พอเริ่มเกม ทางฝ่ายโฟคก็เปลี่ยนเกมรุกหนักกว่าเดิม ตอนแรกญี่ปุ่นต้านอยู่คนเดียวอย่างแน่นหนา แต่ด้วยความที่สีแดงตัวใหญ่กว่าหนากว่าแรงหวดจึงไม่ใช่บางเบา

"อี๊กคิว"

ญี่ปุ่นร้องออกไป แล้วถอยทันทีตอนที่รับลูกโด่งลอยข้ามไป โฟคกระโดดตบกลับมา เต้เป็นฝ่ายงัดลูกเฉียงไป ดิวงัดโด่งกลับมาไปอีกฟากของคอร์ท ญี่ปุ่นวิ่งตามแล้วกระโดดขาเดียวกดลูกลง ดิวงัดกลับมาอีกแต่คราวนี้ญี่ปุ่นตั้งตัวทัน กระโดดตบเร็ว ดิวงัดกลับมาอีก ญี่ปุ่นกระโดดอีกเงื้อไม้เต็มวง แต่หวดแตะลูกเบาๆ ลูกลอยหยอดข้ามเน็ทไป ดิววิ่งขึ้นมาหยอด เต้รออยู่แล้วฉกลูกลงต่อหน้า

"กรี๊ดดดดดด ที่สุด ค่าที่สุด"

ซาร่ากับริต้าแนวร่วมกรี๊ดส่งเสียงดังแข่งกับเสียงกลองที่ดังกว่าเป็นหลายเท่าตัว ฝ่ายสีเขียวกับสีฟ้ากองเชียร์ชะเง้อมองอย่างสนใจ เพราะฝ่ายโน้นเล่นกันสมน้ำสมเนื้อก็จริงแต่ทำไมเสียงกองเชียร์ด้อยกว่าเด็กแว่นกับคนตัวดำใหญ่ฝั่งนี้

"เต้ๆ ใช้แผนหลอกดาวอีกรอบ"

ญี่ปุ่นบอกขณะที่กระโดดเต้นกอดกันอยู่ เต้พยักหน้า แววตาเต้ดูมั่นใจขึ้นมามาก พอส่งลูกทางฝ่ายโฟคก็แย็บเร็วกลับมาเต้เสียหลักพลิกหน้าไม้งัดลูกโด่งลอยข้ามไปกลางสนาม เป็นโอกาสของสีแดงที่กระโดดหวดลูกลงอย่างแรง เกมเปลี่ยนข้างไปแต่แต้มของสีชมพูยังนำอยู่ พอดิวส่งลูกโด่งยัดหลังมาญี่ปุ่นถอยไปตีลูกตัดลง โฟคหยอดทันที เต้เองก็หยอดคืน แต่โฟคหยอดกลับมาเลียดเน็ทเต้งัดลูกไม่ขึ้นติดตาข่ายอยู่ เสียงเชียร์สีแดงกึกก้องขึ้น แต้มไล่บี้มาแล้ว เต้กอดคอกับญี่ปุ่น

"เอาเกมให้มาอยู่ฝ่ายเราให้ได้ สู้ๆ เต้เราต้องไม่แพ้ เราต้องทำได้"

ญี่ปุ่นตบบ่าเต้ให้กำลังใจ พอส่งลูกมาหาเต้สั้น เต้ก็แย็บกลับคืนไปเร็วดิวโยกมาหลังญี่ปุ่นกระโดดขึ้นหวดลูกลงไป แต่โฟคงัดลูกโด่งลอยข้ามมาอีกญี่ปุ่นกระโดดหวดอีก แต่หวดยังไงก็งัดมาได้หมดเพราะลูกหวดของญี่ปุ่นไม่รุนแรงแต่เร็ว

"หลอกดาว"

ญี่ปุ่นตะโกน เต้ถอยมาก้าวหนึ่ง ญี่ปุ่นกระโดดขึ้นจั่วลม เต้กระโดดขึ้นตามเบี่ยงตัวเพราะจะไม่ได้ชนกัน เต้เป็นคนหวดลูกลง แม้ฝ่ายโฟคจะเสียจังหวะแต่ก็กระเด้งไม้รับทัน แต่ลูกลอยโด่งข้ามมา ญี่ปุ่นปรี่เข้าไปแย็บลูกลงตรงกลางทันที

"เริศศศศศ กรี๊ดดดดด เก่งมากค่า เก่งมาก"

เสียงกองเชียร์ดังสนั่น ผู้ชมก็ลุ้นตัวโก่ง เสียงฮือฮาทุกครั้งที่กระโดด

"เขาเริ่มจับทางได้แล้ว เอาไงดีอ่าปุ่น"

เต้พูดแต่ยังกระโดดโลดเต้นอยู่

"อ่า งั้นทำเหมือนเดิม แต่จั่วลมลูกแรก แล้วหวดจริงลูกสอง เราจะดักหน้าเน็ทเอง"

"จะทันเหรอ"

"ก็ลูกสองให้หยอดนิ มันเสียจังหวะบ้างล่ะ แต่เราต้องสู้ อิอิ"

ญี่ปุ่นยิ้มร่าอย่างอารมณ์ดี พอเป็นฝ่ายส่งลูกก็โยนหลังให้โฟค ซึ่งโฟคไม่เคยพลาดหรือตีเสียกลับมา เขาโยนลูกมาถึงท้ายคอร์ท ญี่ปุ่นเปลี่ยนเกมตีตัดลงหาดิว ซึ่งก็หยอดกลับมาทันที เต้หยอดคืนเปลี่ยนทางให้ดิววิ่ง ดิวงัดลูกโด่งลอยข้ามมา ญี่ปุ่นกระโดดขึ้นตวัดไม้จั่วลม แต่ไม่โดนลูก ขาลงพท้นแล้วลูกยังลอยอยู่ญี่ปุ่นบรรจงหยอดลูกลงที่ว่าง ดิวเสียจังหวะเพราะผงะตัวลงไปรอรับลูกตบ ลูกดิ่งลงพื้นอย่างง่ายดาย เพราะดิวขาตายส่วนโฟคก็วิ่งมาไม่ทัน เสียงกรี๊ดดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเสียงอื้ออึง เป็นเกมที่ทีมญี่ปุ่นโดดเด่นขึ้นมามากแต้มนำไปแล้วสี่แต้ม ทางฝั่งสีแดงขอเวลานอกทันที

"มึงไปฝึกมาจากไหนวะไอ้เปี๊ยก"

เฟียตเดินเข้ามาพัดให้เหมือนเคย ทำเหมือนเป็นสีของตัวเอง

"อ่า อ่า เค้า เค้า ฉลาดน้า"

ญี่ปุ่นเริ่มหายใจทางปากเหงื่อกาฬทะลักเสื้อผ้าเปียกหมด

"หายใจลึกๆ อ้าวไอ้เต้ มึงอย่าเพิ่งไปแดกน้ำดิ เดี๋ยวก็จุกหรอก เขาให้จิบโว้ย"

เฟียตหันไปเจอเต้ที่กำลังกระดกน้ำหวานลงคอ แย่งกระป๋องน้ำจากมือมาได้

"เฮ้ย ไอ้เฟียต มึงไปอยู่สีมึงซะทีได้ไหมวะ กูจะดูแลน้องกูเอง"

แบงค์เดินเข้ามาดันตัวเฟียตออก

"อ้าวไอ้นี่เดี๋ยวกูตั้นหน้าให้ มึงนั่นล่ะดูไอ้เต้ไป กูดูเองไอ้เปี๊ยกน่ะ"

"กูจะดูทั้งสองนั่นล่ะ อะไรวะ สีตัวเองก็ไม่ใช่ มาวุ่นวายอะไรเนี่ย"

แบงค์บ่นพยายามแทรกตัวเข้ามาหน้าญี่ปุ่น

"อ่า พี่อ่า หลบหน่อยดิ เค้าอยากได้อากาศ ยืนบังอยู่ได้"

ญี่ปุ่นเอามือผลักเป้ากางเกงเฟียตที่ยืนจ่อหน้าอยู่ออกไป เฟียตสะดุ้งตัวงอลงทันที หน้าแดงเพราะอาย เสียงกรี๊ดกร๊าดของฝั่งกองเชียร์ที่มองอยู่ดังกระหึ่ม

"หึหึ สม"

แบงค์พูดเพราะเฟียตเดินออกไปนั่งข้างสนามแล้วตัวแดงเถือกเพราะเลือดที่ไหลแรงกว่าปกติ

"จับพี่บ้างดิ ไอ้เปี๊ยก"

แบงค์เดินมาอยู่ต่อหน้าญี่ปุ่นหมายจะให้ญี่ปุ่นทำบ้าง

"ไม่เอาอ่า ไม่เคยจับนิ เคยจับแต่ของหมีขาว อิอิ เค้าไม่จัวมั่วซั่วน้า"

ญี่ปุ่นพูดไม่เกรงใจแล้วกระดกน้ำหวานลงคอ แบงค์ทำหน้าบึ้ง

"เต้ๆ เปลี่ยนแผนเป็นล่อเสือออกจากถ้ำดีกว่า"

ญี่ปุ่นหันไปบอกเต้ที่นั่งเช็ดหน้าเช็ดตาอยู่ ซาร่าไม่ได้ลงมาประคบประหงม เพราะกำลังมันกับการกรี๊ดแข่งสีแดง แผนล่อเสือออกจากถ้ำที่ทั้งสองฝึกมานั้น คือการตียั่วเปลี่ยนทิศทางบ่อยๆ ไม่เน้นรุกแต่เน้นยั่วให้อีกฝั่งเสียการทรงตัว ตีดักหน้าดักหลัง พอได้จังหวะก็รุกทำแต้มโดยอาศัยลูกแย็บเร็ว เต้พยักหน้า ความจริงทั้งสองฝึกลูกตบกับรับลุกตบมามากกว่าชนิดอื่น เวลารับลุกตบจึงไม่ค่อยวิตกว่าจะรับไม่ได้ พอลงไปในสนามก็ส่งลูกโด่งข้ามไปหาดิว ซึ่งก็งัดโด่งข้ามมาเหมือนกัน ญี่ปุ่นตีเปลี่ยนข้างให้ดิววิ่ง งัดโด่งข้ามมาญี่ปุ่นก็เปลี่ยนข้างอีก ทั้งสองโต้กันอยู่สักพัก โฟคเองก็รอจังหวะจะกระโดดตบเพราะรู้สึกหงุดหงิดแล้ว พอญี่ปุ่นโต้ลูกโด่งเปลี่ยนข้างไป โฟคก็ถอยหลังกระโดดตบทันที เต้แค่ยกไม้แล้วย่อตัวลงนิดหน่อยลูกตบที่รุนแรงกระทบไม้เต้จนมือสั่นลูกกระเด้งลงฝั่งสีแดงทันที เสียงเชียร์กระหึ่มกึกก้อง โฟคเริ่มออกสีหน้าโมโหเพราะเล่นไม่ได้ดั่งใจ แม้ว่าฝีมือของดิวจะเกือบทัดเทียมกัน แต่ก็ยังมีหลายจุดที่เล่นไม่เข้ากัน เพราะต่างฝ่ายต่างมั่นใจว่าตัวเก่ง แต่ฝ่ายของญี่ปุ่นฝึกซ้อมร่วมกันมาเรียนรู้ไปด้วยกัน แม้เล่นไม่แข็งมากแต่ก็เข้าขากันดีจนน่าประหลาด

"อีกสองแต้ม เต้ เราต้องทำให้ได้ สู้ๆเต้ สู้ๆญี่ปุ่น"

ญี่ปุ่นกอดเต้ร้องออกมา กองเชียร์ก็ส่งเสียงให้กำลังใจกระหึ่มทั่วโรงยิม เกมนี้ทีมสีชมพูไม่เคยให้สีแดงมีแต้มนำเลย นำมาตลอดจนท้ายเกม โฟคกับดิวหน้าเสีย พอเริ่มเกมก็บุกเอาเป็นเอาตายจนทางสีชมพูต้านไม่ไหว เพราะทั้งสองรุกทุกลูกแม้ลูกหยอดก็แย็บเร็วกลับมา

"หวาย เค้าไม่ยอมอ่าปุ่น เอาไงดี"

เต้กอดคอปรึกษากับญี่ปุ่น

"ต้านไว้เต้อย่าให้ไล่ขึ้นมา เรางัดเอาทุกแผนมาใช้ หลอกล่อให้เยอะที่สุด อิอิ ไม่ยอมหรา ต้องยอมน้า"

ญี่ปุ่นพูดแล้วยิ้มอย่างมีเลศนัย พอรับลูกโด่งญี่ปุ่นก็ตีลูกโด่งกลับไป

"เต้ พร้อม"

ญี่ปุ่นตะโกน แล้วตั้งหลัก พอดิวงัดลูกโด่งข้ามมาญี่ปุ่นก็ตีเฉียดลูกมันเปลี่ยนทางเฉียงไปทันที โฟคที่ยืนอยู่หน้าเน็ท ก้าวขาเข้าไปงัดหยอดลูกคืนมา เต้หยอดแต่เปลี่ยนทาง โฟคก้าวอีกขาไปหยอดกลับมาเต้เอาไม้ไปจิ้มลูกก่อนที่ลูกจะเป็นลูกหยอดที่สมบูรณ์คือไม่รอให้ลูกย้อย เมื่อลูกหยอดโดนดักแล้วโฟคเองยังไม่ทันระวังตัว งัดลูกโด่งขึ้นมา

"ปุ่น หลอกดาว"

เต้ตะโกนแล้วกระโดดทั้งที่ลูกข้ามหัวตัวเองไป เต้จั่วลม แต่พอขาเต้ถึงพื้นญี่ปุ่นที่กระโดดรอแล้วหวดลูกลงต่อหน้าต่อตาโฟค เป็นการหลอกที่แนบเนียนเหมือนการตบวอลเลย์บอลดาบสอง เสียงฮือฮาดังขึ้นมาทันที โฟคยังยืนนิ่งอยู่ท่าเดิม

"กรี๊ดดดดดดดดด นี่ล่ะค่า นี่ล่ะ กรี๊ดดดด ที่สุด ที่สุด"

ทั้งซาร่าและแนวร่วมร้องเสียงดัง เฟียตเองก็ยืนขึ้นเชียร์เพราะนั่งไม่ติดเก้าอี้แล้ว แบงค์เองก็ส่งเสียงเชียร์ดังๆอยู่ข้างสนาม

"เย้ เราทำได้ เอาอีกๆ"

ญี่ปุ่นร้องกอดเต้อย่างดีใจ

"เขาจะไม่ไหวตัวทันเหรอปุ่น"

"ไม่หรอก เราเปลี่ยนมาเยอะ เขาจับทางไม่ทันหรอก อีกสองแต้ม สู้ๆ"

ญี่ปุ่นกอดคอเต้ตะโกนเสียงดัง โบว์สีชมพูที่มัดแว่นยึดติดกับหัวเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อแล้ว พอเป็นฝ่ายส่งลูกเต้ก็ยิงโด่งไปหลังคอร์ทเพราะการส่งลูกโด่งเป็นการให้ทีมตัวเองตั้งตัวเพื่อที่จะวางแผนในการรับลูก โฟคยิงกลับมาเปลี่ยนทิศทางเหมือนกัน ไม่ตีโต้โด่งแล้ว เต้ก้าวไปตักลูกขึ้นไปท้ายคอร์ท ดิวที่ถอยลงไปกระโดดตบทันที ญี่ปุ่นขึ้นมารับลูกตวัดไม้ลูกเปลี่ยนทิศโฟควิ่งเข้ามาหยอด ญี่ปุ่นหยอดคืน โฟคแย็บเร็วหมายจะตีใส่ตัวแต่ลูกมันลงเร็วเกินไป จึงไปติดอยู่ที่ตาข่าย

"เย้ อีกลุกเดียวๆ เต้ๆ"

ญี่ปุ่นกระโดดกอดเต้เหมือนว่าทีมชนะแล้ว เต้เองก็กระโดดกอดญี่ปุ่น เสียงกองเชียร์ดังกระหึ่มดังกว่าการแข่งขันกีฬาทุกประเภท ตอนนี้ในโรงยิมไม่มีที่แม้จะยืน เด็กนักเรียนที่เชียร์กีฬาชนิดอื่นอยู่ก็แอบเข้ามาดูเพราะเสียงเชียร์ที่ยั่วใจ พอเข้ามาดูเกมก็ต่างเชียร์จนลืมกีฬาที่ตัวเองดูอยู่ก่อนหน้านี้ไปเสีย

"เผด็จศึก เต้ เราต้องรุกบ้าง เอาให้ตายไปเลย"

ญี่ปุ่นหัวเราะคิกคัก แล้วเต้ก็ส่งลูกสั้นเฉียดเน็ทข้ามไป ดิวจะแย็บกลับแต่ไม่ถนัดต้องตีเหวี่ยงลูกออกข้างๆ เต้ก้าวขาไปหยอด โดยมีญี่ปุ่นแทรกขึ้นมาแล้ว เพราะลูกหยอดอีกฝ่ายก็ต้องหยอดกลับหรือไม่ก็โยนหลังเท่านั้น เพราะการเล่นประเภทคู่เกมค่อนข้างดุเดือดทุกพื้นที่จะตีลอยๆมาไม่ได้ ดิวหยอดกลับ ญี่ปุ่นที่อยู่ข้างหลังเต้ ก็หยอดลงที่ที่ดิวเพิ่งก้าวขามา ดิวจึงงัดลุกขึ้น กะจะให้ลอยไปหลังคอร์ท ญี่ปุ่นกระโดดรอตั้งแต่ลูกยังไม่กระทบไม้ดิว พอลูกลอยขึ้นมาก็เป็นจังหวะที่ญี่ปุ่นลอยอยู่กลางอากาศ ยัดลูกลงไปต่อหน้าตอตา

"อ๊ากกกก"


ญี่ปุ่นกระโดดกอดเต้ เต้เองก็กระโดดกอดญี่ปุ่น

"ชนะแล้วๆๆ เต้เราชนะแล้ว"

ทั้งสองกระโดดกอดกันเหมือนชนะทั้งเกม เสียงเชียร์ที่ดังกว่าเคย ดังจนคนอยู่ใกล้ๆอาจจะหูอื้อได้ ทั้งเสียงกลองเสียงกรี๊ด ดังสนั่นหวั่นไหว ไม่มีใครนั่งที่เก้าอี้เลยสักคนต่างก็ลุกขึ้นมากระโดดโลดเต้นอยู่ด้วยความยินดี แม้จะไม่ใช่สีชมพูแต่ก็เผลอใจเชียร์ทีมเด็กหน้าเอ๋อไปแล้ว ไม่มีใครคาดคิดว่าเด็กชั้นมัธยมสี่สองคนนี้จะต่อกรกับนักกีฬาโรงเรียนอย่างโฟคได้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น