วันศุกร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2553

My Sweetheart Valentine (หวานใจ นายหน้าเอ๋อ)....(Preliminay)

"นักเรียนค้า ครูมีข่าวดีมาบอก เรื่องซ้อมเต้นเราน่ะค่า พอดีครูไปปรึกษากับท่าน ผอ มา ที่นักเรียนของครูซ้อมหนักจนเหนื่อยน่ะค่า คืออย่างนี้ ท่าน ผอ อนุมัติแล้วว่าให้ซ้อมทุกคาบแนะแนว และตารางเรียนครูจัดใหม่ให้แล้ว เป็นคาบที่สองหลังพักเที่ยง แล้วก็ช่วงนี้ท่าน ผอ ให้มีคาบแนะแนวทุกวัน ซ้อมวันละชั่วโมงพอใช่ไหมค้า"
 
อาจารย์วารุณีพูดขึ้นหน้าชั้นเรียนเสียงเด็กๆเฮกันขึ้นมาทันที
 
"อ้อ ยังไม่พอค่า ท่าน ผอ ท่านยังใจดี รู้มาว่าห้องของเราชอบกินเยลลี่ ท่านเลยทุ่มไม่อั้นค่า"
 
"เย้ๆๆ"
 
เสียงปรบมือดังเกรียวกราวขึ้นทันที โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่ชื่นชอบเยลลี่เป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว ยิ่งวันแข่งกีฬาโรงเรียนพันธมิตรใกล้เข้ามาถึงยิ่งสร้างความตื่นเต้นให้แก่ นักเรียนทั่วทั้งโรงเรียน มีการซ้อมหนักหน่วงขึ้น ทั้งกีฬาการแสดง รวมไปถึงกองเชียร์ บรรดาครูบาอาจารย์ก็คอยกำกับดูแลอยู่ห่างๆเพราะให้รุ่นพี่ชั้น ม6 เป็นคนดูน้องๆ ไปที่ใดในโรงเรียนก็มีแต่การกล่าวถึงงานกีฬาครั้งนี้ แม้สถานที่จัดจะเป็นโรงเรียนบีที่อยู่ชานเมืองก็ตาม แต่ทางโรงเรียนได้เหมารถบัสไว้แล้วกว่าสิบคันเพื่อขนนักเรียนโรงเรียนของตน ไปให้ได้มากที่สุด นักเรียนที่ไปลงรายชื่อจะขึ้นรถมีมากกว่าจำนวนที่นั่งในรถบัสเสียอีก ทางโรงเรียนจึงจ้างรถเพิ่มขึ้นอีหลายคันทีเดียวเพื่อเอาใจเด็กนักเรียน ส่วนมากให้ ม ปลายไปเพราะ ม ต้นคุมลำบาก นักเรียน ม ต้นก็งอนกันเป็นแถบๆ เพราะคงไม่มีใครอยากจะอยู่โรงเรียน
 
"มันลำบากอย่างนี้ล่ะนะนักเรียน ผอ เองอยากให้ทุกคนไปชมไปเชียร์กันทุกคนนั่นล่ะ แต่ทำยังไงได้นักเรียนเรามีมากกว่าสี่พันคน ผอ ปวดเฮด"
 
ผอประกาศหน้าเสาธงเพราะเสียงร้องเรียนของนักเรียนที่ไม่ได้ไปมากมายก่ายกอง
 
"อีกอย่างโรงเรียนบีก็ค่อนข้างไกลจากโรงเรียนเรามากนัก จะไปจะมาก็ลำบาก"
 
"ผอ ครับ พ่อผมมีอู่รถสองแถว ผอว่าพอจะได้ไหมครับ"
 
น้องม ต้นคนหนึ่งยกมือขึ้นแล้วพูดออกมาเสียงดัง เสียงฮือฮาปรบมือดังขึ้นทันที
 
"พ่อผมก็มีอู่รถหกล้อครับ ผอ"
 
"โห นักเรียนของผอ ไหนออกมานี่ซิ เดี๋ยวผอ จะนัดคุยกับพ่อของเราทั้งสองคน มีอยู่คนละกี่คันล่ะ"
 
ผอ เรียกนักเรียนทั้งสองออกมา
 
"เห็นพ่อบอกว่ามีอยู่ประมาณหกสิบคันอ่ะครับผอ"
 
"ของพ่อผมมีอยู่ สามสิบคันอ่ะครับ"
 
"เออ ดีๆ จุได้เยอะไหมลูก"
 
"ถ้ายัดๆหน่อยได้คันละเหือบ 20 คนอ่ะคับรถสองแถวอ่ะ"
 
"อืม คันละ 20 60คันก็พันสอง เออ ดีๆ แล้วของหนูล่ะ"
 
"โห รถหกล้อได้เยอะครับ ผอ ได้น่าจะ30คนขึ้นอ่ะครับ"
 
"อืมน่าจะได้อีกประมาณพันกว่าๆ"
 
ผอ ทำท่าครุ่นคิดอยู่ เพื่อนในแถวก็ลุ้นกันใหญ่
 
"น่าจะได้เกือบหมดโรงเรียนล่ะครูว่า เอา เป็นไงเป็นกัน เพื่อนักเรียนของผอ เดี๋ยวนัดพ่อของหนูสองคนคุยเลย วันนี้พอแค่นี้นักเรียน"
 
เสียงปรบมือดังกึกก้อง วันนั้นทั้งวันท็อปปิกการสนทนาจึงเป็นเรื่องไปดูการแข่งกีฬา การแข่งกีฬาคราวนี้มีแค่ สามวัน วันแรกพิธีเปิด เดินพาเหรด การแข่งขันรอบแรก วันที่สองเป็นตารางการแข่งขันรอบสองทั้งหมด และมีรอบชิงบางชนิดกีฬา ส่วนวันไฮไลท์คือวันปิดงาน มีการแข่งรอบชิงชนะเลิศตั้งแต่เช้า จนถึงแค่ห้าโมงเย็น หลังจากนั้นเป็นการแข่งขันการแสดง มีสามโรงเรียน พอจบก็เป็นพิธีปิดงานและงานเลี้ยงฉลอง น้องๆส่วนมากลงชื่อไปดูวันสุดท้ายไม่มีที่ว่างเหลือเลยสำหรับรถบัสและรถสอง แถวกับหกล้อที่เพิ่งได้มาใหม่ ส่วนวันอื่นๆก็เต็มเช่นกัน นักเรียนหลายคนตระเตรียมกล้องวีดีโอกล้องถ่ายรูปเสื้อโรงเรียน ป้ายเชียร์สีทาหน้าทาตากันแล้ว การเรียนการสอนของโรงเรียนนี้ไม่เน้นแล้วในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนการแข่งขัน
 
"วันนี้ซ้อมแข่งจริงนะเว้ย ไปแข่งประเภทเดี่ยวก่อน มือสอง ไอ้บอยกะไอ้เต้ แข่งอีกสนาม ไอ้โฟคกับไอ้เปี๊ยก มาสนามนี้"
 
เสียงเฟียตประกาศลั่น ความจริงนักกีฬาแบดฯมีข้อกำหนดให้ส่งรายชื่อได้เพียงโรงเรียนละสี่คน ตัวสำรองหนึ่งคน ซึ่งทำให้เอกตกหล่นไปจากรายชื่อนักกีฬาหลักตอนแรกก็ดูหงอยๆ แต่พอมาซ้อมก็เจอรุ่นพี่ให้ซ้อมหนักหน่วงจนลืมไปเลยว่าเคยน้อยใจ และอีกอย่างทางเฟียตก็ให้ความสำคัญซ้อมเหมือนตัวจริง เอกจึงมีความมั่นใจขึ้นมามาก ทั้งยังมีบอยคอยเป็นกำลังใจให้ ญี่ปุ่นเองก็ไม่ได้ซ้ำเติมเพื่อนแต่ร้องให้มาช่วยเป็นคู่ซ้อมให้ตลอดเวลา
 
"ดีมาก ตอนนี้จุดอ่อนของแต่ละคนได้ปรับได้แก้ให้แล้ว พยายามเน้นจุดแข็งของตัวเอง และพยายามทำให้จุดอ่อนแข็งขึ้นมา อย่างไอ้เปี๊ยก อ่อนลูกโยนหลัง แต่มันแข็งลูกหยอดกับลูกยื้อ ส่วนไอ้บอย อ่อนลูกหยอด แต่แข็งลูกแย็บกับลูกตบ ไอ้เต้อ่อนลูกโต้กับลูกแย็บ แต่แข็งลูกตบกับลูกโยนหลัง เอาไอ้โฟคเป็นตัวอย่างเห็นไหมถ้าซ้อมเยอะๆ จุดอ่อนไม่มีเลย"
 
เฟียตร้องบอกเมื่อการซ้อมเสร็จสิ้นลง แม้จะเคืองใจกันอยู่แต่เวลาแบบนี้ลืมไปหมดเลย โฟคเองก็นั่งพยักหน้าอยู่เพราะเขาหมายมั่นจากรุ่นพี่ให้เป็นประธานชมรมคนต่อไปนั่นเอง
 
"หมีดำๆ สอนลูกโยนหลังให้เค้าหน่อยดิ"
 
พอปล่อยให้พักก็กระตื้บเข้าไปหาโฟคที่นั่งแผ่ราบอยู่กับพื้น
 
"พักก่อนดิ กูเหนื่อย"
 
"เนะ สอนเอาคมๆเนะ เค้าอยากโยนลูกแม่นๆอ่า"
 
"มึงก็ออกกำลังข้อมือเยอะๆดิวะ เวลาตวัดลูกมันจะได้บังคับทิศทางได้ รู้จักกะจังหวะได้ด้วย"
 
"ยังงายอ่า ข้อมือเค้าก็แข็งแรงเนะ"
 
"นี่ทำแบบนี้"
 
โฟคทำท่าหมุนข้อมือให้ดู ญี่ปุ่นก็หัวเราะคิกคักชอบใจอยู่
 
"เอ้ย ไอ้เปี๊ยก ให้พักไม่ยอมพักวะ มาทำอะไรตรงนี้"
 
แสดงความเป็นเจ้าของออกมาตาเขียวปั๊ด ญี่ปุ่นทำหน้าจ๋อยๆแล้วคลานออกไป โฟคทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
 
"ไปคุยกับมันทำไม"
 
พอญี่ปุ่นคลานออกมาก็นั่งยองๆลงใกล้ๆ
 
"ก็ให้หมีดำเค้าสอนลูกโยนหลังอ่า"
 
"กูสอนให้ก็ได้ ไม่ต้องไปพูดกับมัน"
 
"อ่า สอนเค้าหรา"
 
"เออ อย่าไปยุ่งกะมันอีกนะ พ่อหมีโมโหนะจะบอก"
 
"เนะ"
 
ว่าง่ายซะจริง ทำหน้าเจื่อนๆแล้วก็ลุกไปซ้อม ส่วนโฟคนั่งหน้าซึมกระทืออยู่ แค่คุยนิดหน่อยก็ไม่ยอมแล้ว
 
พอวันที่ริต้าได้เพลงมากับตัวอย่างเสื้อผ้าก็เอามาให้น้องๆลองเสื้อผ้าก่อน
 
"โอ้โห ไม่ร้อนเหรอเจ๊ ตั้งสองชุดอ่ะ"
 
"อุ๊ย น้องๆขา ห้ามบอกใครเป็นอันขาดนะค้า เรื่องชุดเรื่องเพลง สำคัญมากเดี๋ยวข่าวรั่วไหล พวกเราแพ้น้าจะบอก"
 
"นั่นสิค้าเด็กๆ ถ้าข่าวรั่วไปถึงหูโรงเรียนอื่น เจ๊รู้เจ๊ไม่มีของสมนาคุณใดๆทั้งสิ้นนะค้า"
 
"อ่า ไม่บอกคร้าบเจ๊ แต่มันร้อนอ่า"
 
"ร้อนอะไรยะ ไฟสูง นี่มันต้นหนาวนะยะ เค้าออกจะฮิต เวอร์แล้ว มาๆ มาซ้อมใส่เพลง"
 
ริต้าทำเสียดุพอน้องๆลองเสื้อผ้าแล้วก็จัดแถวให้ ส่วนซาร่าก็ไปคุมน้องๆที่ไม่ได้แสดง แต่เกณฑ์เข้ากองเชียร์หมดทุกคน
 
"ห๊า เพลงอะไรอ่าเจ๊ 7.34 นาที บ้าไปแล้ว คาบลิ้นแน่ๆ"
 
"นี่เวอร์อีกแล้วนายไฟสูง อะไรเธอเป็นหัวหน้าห้องนะยะ คราวที่แล้ว 6.30 นาทีพวกเธอยังทำได้เลย กะอีแค่เพิ่มมาอีกนาทีครึ่งอ่ะ สู้มั้ยค้าเด็กๆ"
 
ริต้าหันหน้าถามทุกคน
 
"สู้ๆคร้าบ"
 
"เยี่ยมค่า สี่ทับสี่จะยอมง่ายๆเรอค้า นี่ไม่ใช่แค่การแสดงให้เพื่อนๆในโรงเรียนเราดูนะค้า เพื่อนๆต่างโรงเรียนประชาชนจากภายนอก เพื่อโรงเรียนเอของเรา กรี๊ดดด เลือดโรงเรียนเอเข้มกว่าน้ำ สู้ตายค่า"
 
เสียงน้องๆเฮขึ้นพร้อมกัน จะว่าไปริต้ากับซาร่าน่าจะไปเป็นแกนนำอะไรสักอย่างปลุกระดมดีเหลือเกิน พอเปิดเพลงน้องๆก็พากันตื่นเต้นเพราะจังหวะเร็วและหนักหน่วงกว่าเพลงที่แล้วมาก เสียงดังกระหึ่มทั่วทั้งห้องกิจกรรม เสียงเพลงทำให้เด็กๆคึกกันเป็นพิเศษ
 
"ว้าย อย่าออกแรงมากค่าน้องๆขา เอาบล็อกกิ้งพอ ดีค่าดี พริกตามเพื่อนให้ทันลูก ต๊อปกระฉับกระเฉงกว่านี้หน่อย ญี่ปุ่นอย่าเร็วไปค่า"
 
เสียงริต้าคอยกำกับท่าเต้นอยู่ใกล้ๆเดินวนไปวนมา ส่วนเพื่อนๆที่ไม่ได้เต้นก็คิดท่ากันใหญ่พอคิดได้ก็ต่อท่าให้ซาร่าเอามาเสนอ ริต้า บวกท่าเต้นเข้าไปจัดท่าทางใหม่ ทำอยู่อย่างนั้น คาบๆหนึ่งมันช่างรวดเร็วเสียเหลือเกิน
 
"หนูญี่ปุ่นกับบอย ซ้อมแบดฯเสร็จกี่โมงคะ"
 
ซาร่าถามขึ้นหลังจากหมดคาบแนะแนว
 
"ประมาณหกโมงอ่ะเจ๊"
 
"คือถ้าเราซ้อมวันละชั่วโมงอ่ะค่ะ เจ๊ว่ามันจะไม่ทัน หลังหกโมงถึงสองทุ่มพอไหวไหมค้า"
 
"อ่าพี่คนสวย เค้ามะเหนื่อยหรา"
 
"เจ๊รู้ค่า นี่ไงค้าเจ๊เตรียมอาหารเสริมมาให้ อ่ะเอาไปคนละกล่องเลย วิตามินะค้า กินแล้ววิ้งๆแล้วก็ไม่เพลียด้วย"
 
"อ่า เม็ดเบ้อเร่อเลยอ่า มะมีเป็นแบบเยลลี่หรา"
 
"ว้าย ช่างพูดนะค้าน้องญี่ปุ่นของเจ๊ เยลลี่ก็มีต่างหากค่า เนี่ยเจ๊ให้พี่ชายทำงานอยู่ญี่ปุ่นส่งมาให้ล็อตใหญ่ คิดว่าน่าจะถึงไม่มะรืนก็มะร่วง"
 
"อ่า จริงหรา เอาเนะ"
 
"รู้ไหมเพื่อน้องญี่ปุ่นของเจ๊เลยนะเนี่ย ไปค่ารีบไปเรียนเดี๋ยวครูว่าเอา"
 
ญี่ปุ่นกับบอยยิ้มแป้นออกมาจากห้องกิจกรรมทันที ความจริงเพื่อนๆที่เต้นด้วยกันได้แค่วิตามินไปคนละกระปุก แต่ญี่ปุ่นเนื่องด้วยมีแม่ยกทั้งสองคอยดัน ได้ทั้งวิตามินอาหารเสริม แบบเม็ดแบบน้ำแบบผง เต็มไปหมด อีกทั้งเฟียตซื้อไว้ให้ที่ห้องอีก สรุปกินแต่อาหารพวกนี้มาเป็นสองอาทิตย์แล้ว ตอนแรกกะจะไม่กินเพราะมันเยอะเกินไป แต่เฟียตบังคับเลยจำใจต้องกิน พอกินก็เห็นผลเพราะออกกำลังกาย หน้าตาผ่องใสวิ้งๆมีออร่ามาเชียวจากที่ใสอยู่แล้ว วิ้งไปยิ่งกว่าเดิมอีก
 
พอสัปดาห์สุดท้ายก่อนการแข่งขัน ห้องสี่ทับสี่ไม่ได้เรียนเลย ซ้อมเต้นอย่างเดียว พอซ้อมเสร็จคาบเช้าก็กินข้าวปล่อยให้ว่างสองชั่วโมงแล้วมาซ้อมต่อถึงสามโมง เย็นโรงเรียนเลิกปล่อยให้ไปซ้อมแบดฯอีกสองชั่วโมง กลับมาซ้อมต่อถึงสองทุ่ม เฟียตเองก็แข็งแรงขึ้นมากเพราะได้อานิสงจากญี่ปุ่น เพราะต้องรอรับกลับด้วยกันจึงเล่นบาสคอย พอกลับก็กินวิตามินให้ญี่ปุ่นดูด้วยเพราะคนตัวเล็กไม่ยอมกินคนเดียว หล่อขึ้นมาก ใสขึ้นเยอะ
 
"ท่าเต้นแน่นแล้ว แค่เติมนิดๆหน่อยๆเองค่าครูขา"
 
ริต้ารายงาน ผอ กับอาจารย์วารุณีที่เข้ามาเยี่ยมชมการฝึกซ้อม
 
"ดีลูกดี เอาให้โรงเรียนเราถูกจารึกเลยนะ กีฬาหลายอย่าง ผอ มั่นใจว่าเราต้องชนะ ส่วนการแสดงนี่ ต้องไปวัดกับโรงเรียนบีเขา เพราะรายนั้นเขาเคยประกวดระดับประเทศมาก่อน แต่เราไม่ยอมแพ้ใช่ไหมนักเรียนของ ผอ"
 
"คร้าบ"
 
เสียงนักเรียนตอบพร้อมกัน ผอ เดินจับคนนั้นคนนี้ทักทายให้กำลังใจอยู่ เอาเยลลี่มาเพิ่มให้ไม่อั้น ส่วนอาจารย์วารุณีก็กรี๊ดกร๊าดอยู่เพราะริต้ากับซาร่านำเสนอตีมของชุด และเทรนการแต่งหน้า
 
"เริ่ดค่าริต้า ซาร่า ครูถูกใจมาก ไอเดียบรรเจิดมาก"
 
"หนูทุ่มทุนสร้างค่าจารย์ขา เพื่องานนี้โดยเฉพาะ"
 
"ดีมากหนู เบิกงบได้เลยนะผอ อนุมัติ"
 
ผอเสริมอีกแรง แต่ความจริงแล้วสองคนนี้กับลูกทีมทำเพราะใจรักอยู่แล้ว อีกอย่างทางบ้านก็มีฐานะดี ไม่ได้ร้องขออะไร เพราะทำทีไรมีความสุขทุกที ทำไปเถอะนะ ซาร่า กะ ริต้า
 
"ญี่ปุ่นไหวไหมลูก ซ้อมหนักทั้งแบดฯกับเต้นเลยนี่นะ บอยอีกคนไหวไหม ผอ เอาโสมสกัดจากเกาหลีเชียวน้ามาให้ มีอะไรมาบอกผอได้เลยนะลูก"
 
ผอเดินมาลูบหัวญี่ปุ่นอย่างเอ็นดู
 
"ผอ คร้าบ เปลี่ยนเยลลี่ได้ไหมอ่า เอาหนมอย่างอื่นด้วย ญี่ปุ่นกลัวอ้วน"
 
พอบอกมีอะไรให้บอกก็พูดขึ้นมาทันที ผอ ถึงกับหัวเราะออกมา
 
"ได้สิลูก อ้าวเด็กๆ ใครอยากกินหนมอะไรบอกมา เดี๋ยว ผอ จัดให้"
 
"อิอิ ผอ น่าร้ากเนะ"
 
หัวเราะชอบใจแล้วเดินไปหาเพื่อนๆ แบ่งกันกินขนมอยู่อย่างเอร็ดอร่อย ผอ กับอาจารย์วารุณีมองดูแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างปลื้มใจที่เห็นเด็กๆรักใครกลม เกลียวกันดี
 
"พ่อหมีขาวๆ ทำมายเค้าต้องกินยาเม็ดหย่ายๆนี่ด้วยอ่า"
 
ถามขึ้นเมื่อเฟียตเตรียมยาวิตามินยาบำรุงทั้งหลายใส่แก้วเล็กๆให้เกือบครึ่งแก้วขนาดของแต่ละเม็ดก็ใหญ่โตเท่านิ้วก้อย
 
"กินดิจะได้แข็งแรง พ่อหมีก็กินนี่ไง"
 
"แอ่ะ กินทีเป็นกำๆอ่า เค้าเบื่อเนะ"
 
"เออน่า กินๆไปเถอะ เดี๋ยวพ่อหมีซื้อหนมให้เพิ่มพรุ่งนี้"
 
"อิอิ จริงน้า"
 
เทพรวดลงคอแล้วดื่มน้ำตามทันที เฟียตได้แต่อมยิ้ม
 
"ทำไมเดี๋ยวนี้พ่อหมีขาวมะค่อยทำรักกะเค้าเลยอ่า มะอยากทำหรา"
 
"ไม่ใช่ไม่อยาก แต่อยู่ในช่วงซ้อมหนัก เอาไว้แข่งเสร็จเราค่อยมาทำรักกันไงแม่หมี จะเอาสักห้ารอบดีไหม"
 
"อิอิ เนะ ห้ารอบน้า สัญญาแล้วน้า"
 
ทำหน้าเหวอไป คิดว่าคนตัวเล็กจะกลัวที่ไหนได้ยิ้มร่าออกมาอย่างดีใจ
 
"มาๆ จุ๊บหน่อย พ่อหมีกอดหน่อยมาแม่หมี เดี๋ยวนี้ไม่อ้วนแล้วนี่"
 
"อิอิ เค้าหุ่นดีเนะ หมีขาวน้อยอยู่หนายน้า มาจับหน่อย"
 
พออยู่ในอ้อมแขนก็คว้าลงที่เดิม ดิ้นยุกยิกไปมาก่อนจะนอนหลับไป
 
ก่อนหน้าวันแข่งขันกีฬาสองวันทางโรงเรียนได้จัดมีการ ซ้อมใหญ่เดินพาเหรดสำหรับพิธีเปิดโดยมีนักเรียนที่ลงรายชื่อไว้สำหรับวันแรก เป็นคนซ้อมเดิน สำหรับคนถือป้ายโรงเรียนคือประธานนักเรียน สำหรับการแสดงได้มีการซ้อมใหญ่เช่นกัน โดยซ้อมที่หอประชุมเปิดให้ทุกคนเข้าดูเพราะถ้ามีอะไรผิดพลาดจะได้แก้ไขทัน แต่ทางริต้ากับซาร่าได้ตกลงกับอาจารย์วารุณีไว้ว่าการแสดงทั้งหมดจะไม่ใช่ ชุดจริง อุบกันแม้แต่โรงเรียนตัวเองเพราะกลัวว่าเด็กบางคนที่มีกล้องจะถ่ายวีดีโอไว้ แล้วเอาไปเผยแพร่ก่อน และทางคู่แข่งอาจจะเห็น เพราะฉะนั้นการแสดงจึงซ้อมไว้สองแบบ เพลงสองเพลง เสื้อผ้าสองเซ็ท สำหรับชุดสำหรับการซ้อมใหญ่นั้น เป็นกางเกงยีนส์สีน้ำเงินธรรมดา เสื้อยืดสีขาว ไม่แต่งหน้าทาตาแต่อย่างใด ท่าเต้นก็บ้านๆพื้นๆ เต้นซ้ำไปซ้ำมาอยู่ไม่กี่ท่า เพลงก็ความยาวประมาณเดียวกัน ซาร่ากำชับน้องๆไม่ให้ออกแรงมากนักในการเต้น เต้นเอาพอหอมปากหอมคอ
 
พอถึงเวลาก็มีเด็กทั้งรุ่นน้องรุ่นพี่ไปมุงดูแน่นหอประชุมไปหมด เพราะคาดหวังว่าจะได้ดูการแสดงที่ยิ่งใหญ่ตระการตาเหมือนคราวงานโรงเรียน มีการเตรียมกล้องเตรียมอุปกรณ์ถ่ายภาพทุกชนิดไว้ แต่พอนักแสดงออกมาเต้น ทุกคนก็ถึงกับโห่ออกมา
 
"เว้ย ทำไมห่วยอย่างนี้วะ อุตส่าห์เสียเวลามาดู"
 
เสียงโห่อื้ออึง น้องๆที่เต้นหันหน้าไปหาซาร่าที่ยิ้มอย่างพอใจ ซาร่าก็พยักหน้าไม่ให้สนใจเต้นต่อไป กว่าเพลงจะจบนักเรียนก็บางตา
 
"ทุกคนค้า สำหรับการแสดงจริงไม่ใช่ชุดนี้นะคะ สำหรับคนที่เดินออกไป รอไปดูที่งานนะค้า รับรองค่าว่าโรงเรียนเราไม่ได้น้อยหน้าอย่างที่เพื่อนๆโห่แน่นอน"
 
ริต้าออกไปประกาศใส่ไมโครโฟนเสียงดัง พอเพื่อนๆที่ยังไม่กลับได้ยินก็ถึงกับส่งเสียงอื้ออึงทั้งพอใจและไม่พอใจ
 
"มันเป็นทริกน่ะค่าเพื่อนๆ ของดีต้องอุบไว้ซิค้า วันนี้แค่มาบล็อกกิ้งเฉยๆ และอีกอย่างนี่เป็นการแข่งขัน โรงเรียนของเราก็หวังที่จะได้รางวัล ทุ่มเทกันมาก ไม่ใช่เราไม่ไว้ใจเพื่อนๆนะค้า แต่กลัวว่าจะปลื้มใจกันจนอดไม่ไหวแพร่งพรายออกไป เราก็เสียคะแนนนะค้า"
 
ริต้าไม่ได้สนใจเสียงอื้ออึงนั้นแต่อย่างใด ลอยหน้าลอยตาพูด พอพูดจบก็พาน้องๆกลับไป
 
"จำไว้นะคะ น้องๆของเจ๊ งานนี้เราไม่เอาที่สามหรือที่สอง เราจะต้องเอาที่หนึ่งเท่านั้น ใครถามอะไรก็อย่าเพิ่งไปบอกนะคะ อย่าลืมว่าห้องเราจะสร้างประวัติศาสตร์ให้กับโรงเรียนของเรา กรี๊ดดด"
 
น้องๆตกใจกับเสียงกรี๊ดของริต้า แต่ก็จับมือกันเหมือนเคย ร้องเฮ้ออกไปเสียงดังหัวใจของทุกคนหลอมเป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่มีใครน้อยเนื้อต่ำใจที่ไม่ได้แสดงกับเพื่อนๆทั้งหกคน เพราะตอนนี้ทั้งซาร่าและริต้าให้ความสำคัญน้องๆทุกคนเท่าเทียมกัน แม้จะเอนไปทางเจ้าตัวยุ่งมากกว่าใครแต่เพื่อนๆก็เข้าใจ เพราะถ้าไม่มีญี่ปุ่นความสนใจทั้งหลายก็คงไม่มีมากเท่านี้
 
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น